“Digitization, Digitalization และ Digital Transformation คืออะไร แล้วมันต่างกันยังไง” ผมคิดว่าคำถามนี้ต้องเคยเกิดขึ้นในหัวของเพื่อนๆหลายๆคนมาก่อนแน่ครับ ยิ่งทุกวันนี้เรายิ่งขยับเข้าใกล้สู่ยุค Digital อย่างเต็มตัว เราก็ยิ่งได้ยินมันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วไอ้สามคำนี้ความหมายมันคืออะไร มันแตกต่างกันยังไง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ และไม่สับสน เรามาดูรายละเอียดแต่ละคำกันครับ

Digitization คืออะไร

Digitization คือ การแปลงข้อมูลจากรูปแบบที่จับต้องได้ (physical) ไปเป็นรูปแบบดิจิทัล ซึ่งการที่เรามีข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลนั้น มันจะช่วยวางรากฐานในการเพิ่มประสิทธิภาพ และมูลค่าธุรกิจของเราในอนาคต เมื่อวันนึงเราต้องการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ เรามาสามารถนำมาใช้ต่อยอดได้อย่างง่าย เช่น เราสามารถนำไปใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ ส่งต่อผ่านแอพพลิเคชั่น วิเคราะห์ข้อมูลการตลาด แนบไปในอีเมล์ลูกค้า หรือต่อยอดแบบอื่นๆได้ตามจุดประสงค์ที่เราต้องการครับ

ตัวอย่างการทำ Digitization เช่น

  • สแกนเอกสาร มาเป็นรูปแบบ PDF
  • สแกนรูปภาพ มาเป็นรูปแบบ JPG, PNG
  • สร้างตารางนัดหมายผ่านแอพพลิเคชั่นปฎิทิน เช่น Google Calendar
  • บันทึกการพรีเซ้นท์งานของเรา มาเป็นรูปแบบ MP4

จากตัวอย่างและความหมายที่ผมบอก ผมคิดว่าจริงๆแล้วเพื่อนๆหลายๆคนคงทำ Digitization กันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวว่านั่นคือการทำ Digitization แน่เลย 😃 ใช่มั้ยครับ เอาหละครับ เรามาดูหัวข้อถัดไปกันครับ

Digitalization คืออะไร

Digitization และ Digitalization สองคำนี้ดูแล้วมีคำเขียนที่คล้ายกัน นอกจากเขียนคล้ายกันแล้ว เราคงเคยได้ยินสองคำนี้ใช้แทนกันบ่อยๆ เลยอาจจะคิดได้ว่ามันมีความหมายที่คล้ายกัน แต่จริงๆแล้ว คำทั้งสองนี้มีความหมายที่แตกต่างกันนะครับ

Digitalization คือ กระบวนการที่ใช้ประโยชน์ข้อมูลรูปแบบดิจิทัล (Digitization) ผสมผสานกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพ การทำธุรกิจของเราให้ดียิ่งขึ้น การทำ Digitalization จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่า สร้างรายได้ และเพิ่มกำไรในการทำธุรกิจของเรา อีกทั้งยังรวมไปถึงการสร้างรากฐานวัฒนธรรมดิจิทัลให้เกิดขึ้นในองค์กรโดยใช้ข้อมูลดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง เพื่อก้าวข้ามการทำธุรกิจแบบดั้งเดิม และเปลี่ยนไปสู่การทำธุรกิจแบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว

ตัวอย่างการทำ Digitalization เช่น

  • อัปโหลดเอกสาร PDF จากฮาร์ดไดรฟ์ของคอมพิวเตอร์ไปยังระบบคลาวด์ เพื่อแชร์ให้เพื่อนร่วมงาน และช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูลจากไฟล์ PDF
  • การอัพโหลด Microsoft Word จากเครื่องเราไปบน Microsoft Cloud เพื่อให้เราและเพื่อนร่วมงาน หรือร่วมไปถึงลูกค้า สามารถทำงานร่วมกันได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • แชร์ตารางนัดหมาย พร้อมกับแนบเอกสาร PDF ที่ใช้ในการประชุมของเราไปให้เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า ผ่านทาง Google Calendar

จากตัวอย่าง และความหมายที่ผมบอกในเรื่อง Digitalization คงพอจะทำให้เพื่อนๆเข้าใจ และเห็นความแตกต่างระหว่าง Digitization และ Digitalization กันใช่มั้ยครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนในวันนี้ มีการทำ Digitalization ในธุรกิจของตัวเองกันมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ทำ ควรเริ่มทำได้แล้วนะครับ เพื่อการเติบโตของธุรกิจเราในอนาคต เอาหละครับ เราไปดูหัวข้อถัดไปกันดีกว่า

Digital Transformation คืออะไร

Digital Transformation คือ การผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับทุกส่วน และทุกกิจกรรมของธุรกิจ โดยจะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานทุกอย่างในเชิงลึกลงไปยังรากฐาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกระบวนการทางธุรกิจ การคิดรูปแบบการทำธุรกิจขึ้นมาใหม่ การทำความเข้าใจและส่งมอบสิ่งที่มีคุณค่าใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมจากผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเรา และยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรให้มีความพร้อมในการรับมือ ความท้าท้ายใหม่ๆ จากปัญหา หรือจากคู่แข่ง หรือความต้องการทางการตลาด ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา

ตัวอย่าง Digital Transformation เช่น

  • นำข้อมูลของลูกค้าในรูปแบบดิจิทัลมาวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจ ปรับเปลี่ยน และพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้เหมาะสมกับลูกค้ายิ่งขึ้น
  • นำข้อมูลยอดขาย หรือการตลาดที่รวบรวมไว้ในรูปแบบดิจิทัล มาวิเคราะห์ และแสดงเป็นรายงาน เพื่อช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ในการขาย หรือการตลาด
  • การแชร์ข้อมูลดิจิทัลระหว่างแผนกในองค์กร เพื่อช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละแผนกในองค์กร
  • การสร้าง Application ไม่ว่าจะเป็น Mobile Web หรือ Social เพื่อให้ลูกค้าสามารถ เข้าถึง และใช้งานผลิตภัณฑ์ หรือบริการของเราได้ทุกช่องทาง
  • การสร้าง Application Program Interface (API) เพื่อให้พาร์ทเนอร์สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับเราได้แบบเรียลไทม์
  • การใช้ Big Data Machine Learning และ AI มาช่วยในพัฒนา และสร้างรูปแบบการทำธุรกิจขึ้นมาใหม่
  • จัด Hackathon ภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาองค์กร และส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า

มาถึงตรงนี้เพื่อนๆหลายคน อาจจะคิดว่าจริงๆแล้ว Digitalization และ Digital Transformation มันคือเรื่องเดียวกันหรือเปล่านะ ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้เห็นความแตกต่างมากขึ้น ในหัวข้อถัดไปครับ

ความแตกต่างระหว่าง Digitalization และ Digital Transformation

Digitalization ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทางธุรกิจปัจจุบันที่มีอยู่ รูปแบบการทำธุรกิจของเรายังเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ Digital Transformation นั้นจะเป็นการสร้างสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการทางธุรกิจ และรวมไปถึงรูปแบบการทำธุรกิจของเราด้วย

สรุป Digitization, Digitalization และ Digital Transformation คืออะไร แล้วมันต่างกันยังไง

ผมขอสรุปความหมาย และความเชื่อมโยงของสามคำนี้สั้นๆ แบบนี้นะครับ

  • หากวันนี้เราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จับต้องได้ (physical) ไปเป็นรูปแบบดิจิทัล เราจะเรียกกระบวนการนี้ว่า Digitization
  • และหากเราใช้ประโยชน์จากกระบวน Digitization มาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำธุรกิจของเรา หรือช่วยให้เกิดรายได้มากขึ้น เราจะเรียกกระบวนการนี้ว่า Digitalization
  • และสุดท้ายหากผลลัพธ์ในการทำ Digitalization​ (ต้องร่วมมือกันทำหลายโครงการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนะครับ 😅)  ช่วยทำให้เราเกิดคุณค่า หรือความสามารถใหม่ ที่จะนำไปสู่การ สร้างกระบวนการ หรือรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ เราจะเรียกผลลัพธ์นี้ว่า Digital Transformation

เป็นยังไงกันบ้างครับกับความหมาย และความแตกต่างระหว่าง Digitization, Digitalization และ Digital Transformation พอจะทำให้เพื่อนๆเข้าใจกันมากขึ้นบ้างมั้ยครับ ถ้าผมเขียนผิดพลาดในเรื่องใด ต้องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะครับ และถ้าใครมีคำแนะนำเพิ่มเติม หรืออยากแชร์ความหมายของสามคำนี้จากประสบการณ์หรือ มุมมองของตัวเอง อย่ารอช้า รีบแชร์ใส่ในคอมเม้นท์ไว้เลยนะครับ แล้วเรามาแลกเปลี่ยนความรู้กันครับ 😁

Maris Kheawsaad

Maris Kheawsaad

I believe the technology will make the World a Better Place to Live for people.

Leave a Reply